ข้ามไปยังเนื้อหา

SAFEFLOW

SIMOPS คืออะไร ทำไมต้องคุมงานซ้อนกัน

เผยแพร่

ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย โปรดตรวจสอบตัวบทกฎหมายฉบับเต็มจากหน่วยงานราชการ และปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายหรือผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยขององค์กรก่อนนำไปใช้

ใบอนุญาตแต่ละใบอาจดูเรียบร้อยเมื่อดูแยกกัน ใบงานเชื่อมมีถังดับเพลิงและผู้เฝ้าระวังไฟ ใบงานเปิดท่อตัดแยกพลังงานครบ แต่ถ้าสองงานนี้อยู่ห่างกันเพียงสิบเมตรในเวลาเดียวกัน ไอระเหยที่ออกมาจากท่ออาจลอยไปเจอสะเก็ดไฟจากงานเชื่อม และกลายเป็นเหตุเพลิงไหม้ที่ไม่มีใบอนุญาตใบไหนคาดการณ์ไว้เลย

ปัญหาแบบนี้มีชื่อเรียกว่า SIMOPS ย่อมาจาก Simultaneous Operations หรือ "งานที่ทำพร้อมกันในพื้นที่เดียวกันหรือพื้นที่ใกล้กัน" บทความนี้อธิบายว่า SIMOPS คืออะไร คู่งานแบบไหนที่อันตราย จะวางกติกาด้วยตารางเมทริกซ์อย่างไร ใครควรเป็นผู้ตัดสิน และทำไมระบบใบอนุญาตแบบกระดาษจึงมักมองไม่เห็นการชนกันของงาน เหมาะสำหรับ จป. หัวหน้างานซ่อมบำรุง ฝ่ายผลิต และผู้ที่ดูแลระบบใบอนุญาตทำงาน (Permit to Work)

SIMOPS คืออะไร

SIMOPS คือสถานการณ์ที่มีงานตั้งแต่สองงานขึ้นไปเกิดขึ้นพร้อมกัน และอันตรายของงานหนึ่งส่งผลต่ออีกงานได้ เช่น งานซ่อมบำรุงสองงาน หรืองานซ่อมกับงานผลิตที่ยังเดินเครื่องอยู่

หัวใจของ SIMOPS ไม่ได้อยู่ที่จำนวนงาน แต่อยู่ที่ "ปฏิสัมพันธ์ (interaction)" ระหว่างงาน ตัวอย่างเช่น งานหนึ่งปล่อยแหล่งเชื้อเพลิง อีกงานหนึ่งสร้างแหล่งจุดติดไฟ เมื่อมารวมกันในพื้นที่และเวลาเดียวกันจึงเกิดความเสี่ยงที่ไม่มีอยู่ในงานใดงานหนึ่งตามลำพัง

แนวทาง HSG250 ของ HSE สหราชอาณาจักรเรื่องระบบใบอนุญาตทำงาน (Permit to Work) ระบุไว้ชัดว่า ระบบใบอนุญาตที่ดีต้องพิจารณาว่างานที่ขออนุญาตมีปฏิสัมพันธ์กับงานอื่นที่กำลังดำเนินอยู่หรือไม่ และต้องมีผู้รับผิดชอบที่มองเห็นภาพรวมของงานทั้งหมดในพื้นที่ ไม่ใช่อนุมัติทีละใบแบบแยกขาดจากกัน

ตัวอย่างคู่งานที่อันตรายเมื่อทำพร้อมกัน

คู่งานต่อไปนี้มักพบบ่อยในองค์กรไทย โดยเฉพาะช่วงหยุดซ่อมบำรุงประจำปี

  • งานที่ก่อให้เกิดความร้อน (Hot Work) + งานเปิดท่อ (Line Break) หรือการระบายก๊าซ (Venting) งานเปิดหน้าแปลน ถอดวาล์ว หรือระบายความดัน อาจปล่อยไอระเหยของสารไวไฟออกมา หากมีงานเชื่อม เจียร หรือตัดอยู่ใกล้ ๆ สะเก็ดไฟเพียงเล็กน้อยก็จุดติดได้
  • งานยกด้วยปั้นจั่น (Crane Lift) เหนือกระบวนการที่ยังเดินอยู่ ถ้าของที่ยกหล่นหรือแกว่งไปกระแทกท่อที่มีสารเคมีหรือไอน้ำความดันสูง ผลกระทบจะลามไปถึงพื้นที่กว้างกว่างานยกเอง
  • งานในที่อับอากาศ (Confined Space) + งานที่ก่อให้เกิดความร้อนใกล้เคียง ควันเชื่อมหรือก๊าซจากงานตัดอาจถูกดูดเข้าช่องเปิดของถังหรือบ่อ ทำให้บรรยากาศภายในเปลี่ยนไปหลังจากที่วัดก๊าซผ่านแล้ว
  • งานขุดดิน (Excavation) + การจราจรของยานพาหนะ รถยกหรือรถบรรทุกที่วิ่งผ่านใกล้ขอบหลุมอาจทำให้ดินพัง หรือตกลงไปในหลุม อีกทั้งไอเสียของเครื่องยนต์อาจสะสมในหลุมลึก

ทุกคู่มีอันตรายของงานหนึ่ง "ข้ามเส้น" ไปเป็นอันตรายของอีกงาน ผู้อนุมัติที่ดูทีละใบจึงมองไม่เห็น

ตารางเมทริกซ์ปฏิสัมพันธ์ (Interaction Matrix)

เครื่องมือที่หลายองค์กรใช้คือตารางเมทริกซ์ปฏิสัมพันธ์ (SIMOPS Interaction Matrix) เป็นตารางที่วางประเภทงานไว้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แล้วกำหนดผลลัพธ์ของแต่ละคู่ไว้ล่วงหน้า โดยทั่วไปแบ่งเป็นสามระดับ

  1. อนุญาต (Allowed) ทำพร้อมกันได้ตามมาตรการปกติของแต่ละใบ
  2. มีเงื่อนไข (Conditional) ทำได้เมื่อมีมาตรการเพิ่มเติม เช่น เว้นระยะห่าง ติดตั้งฉากกั้นไฟ วัดก๊าซต่อเนื่อง หรือให้หัวหน้างานทั้งสองฝ่ายรับทราบร่วมกัน
  3. ไม่อนุญาต (Not Allowed) ห้ามทำพร้อมกันในโซนเดียวกัน ต้องเลื่อนงานใดงานหนึ่งออกไป

ตัวอย่างตารางแบบย่อ (เป็นเพียงตัวอย่างแนวคิด แต่ละองค์กรต้องกำหนดเองจากการประเมินความเสี่ยง)

คู่งาน Hot Work Line Break Confined Space Crane Lift Excavation
Hot Work มีเงื่อนไข ไม่อนุญาต มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข
Line Break ไม่อนุญาต มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข
Confined Space มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข
Crane Lift มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข ไม่อนุญาต มีเงื่อนไข
Excavation มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข มีเงื่อนไข อนุญาต

ข้อดีของเมทริกซ์คือการตัดสินใจไม่ขึ้นกับความจำของผู้อนุมัติคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องนำไปเทียบกับงานจริงทุกวัน ไม่ใช่แปะบอร์ดไว้แล้วลืม

ช่อง "มีเงื่อนไข" ต้องระบุให้ชัด

ถ้าไม่เขียนว่าเงื่อนไขคืออะไร ผู้อนุมัติแต่ละคนจะตีความต่างกัน ควรระบุให้ชัด เช่น ระยะห่างขั้นต่ำ ต้องมีผ้ากันไฟ ต้องวัดก๊าซทุกกี่ชั่วโมง และใครต้องลงชื่อรับทราบ

การวางแผนตามโซน (Zone-based Planning)

เมทริกซ์จะใช้ได้จริงต้องตอบคำถามก่อนว่า "ใกล้กัน" แปลว่าอะไร วิธีที่ใช้กันแพร่หลายคือแบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานออกเป็นโซน (Zone) เช่น ตามอาคาร ตามหน่วยผลิต หรือตามแผนผังพื้นที่อันตรายจากสารไวไฟ แล้วกำหนดว่าการตรวจ SIMOPS จะเทียบงานภายในโซนเดียวกันและโซนที่ติดกัน

แนวทางการแบ่งโซนที่ใช้ได้ผล

  • ใช้แผนผังพื้นที่จริงและเลขโซนที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน
  • กำหนดโซนข้างเคียงที่ต้องพิจารณาร่วม เช่น โซนใต้ลมหรือโซนที่ต่ำกว่าซึ่งไอระเหยหนักอาจไหลลงไป
  • ทุกใบอนุญาตต้องระบุโซน ไม่ใช่เขียนเพียงชื่อเครื่องจักร เพราะชื่อเครื่องจักรไม่ได้บอกว่าอยู่ใกล้งานอื่นแค่ไหน

การประชุมประสานใบอนุญาตประจำวันและบทบาทของผู้รับผิดชอบพื้นที่

การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังต้องอาศัยคน หลายองค์กรจึงจัดการประชุมประสานใบอนุญาตประจำวัน (Daily Permit Coordination Meeting) ทุกเช้าก่อนเริ่มงาน

สิ่งที่ควรทำในการประชุม

  1. ทบทวนรายการใบอนุญาตที่จะเริ่มหรือยังเปิดอยู่ แยกตามโซน
  2. เทียบคู่งานในโซนเดียวกันกับเมทริกซ์ ระบุคู่ที่ไม่อนุญาตและคู่ที่มีเงื่อนไข
  3. ตัดสินใจเลื่อนลำดับงาน หรือกำหนดมาตรการเพิ่มสำหรับคู่ที่มีเงื่อนไข
  4. แจ้งงานผลิตที่อาจกระทบ เช่น การเริ่มเดินเครื่อง การถ่ายสาร หรือการเปิดระบายถัง
  5. บันทึกผลการตัดสินใจและผู้รับทราบไว้เป็นหลักฐาน

ผู้รับผิดชอบพื้นที่ (Area Authority)

บทบาทสำคัญมากในเรื่อง SIMOPS คือผู้รับผิดชอบพื้นที่ (Area Authority) ซึ่งมักเป็นหัวหน้าหน่วยผลิตหรือหัวหน้ากะของพื้นที่นั้น คนนี้รู้ว่าเครื่องจักรใดกำลังเดิน สารอะไรอยู่ในท่อ และมีงานอะไรเกิดขึ้นบ้างในโซน แนวทาง HSG250 ให้ความสำคัญกับการมีผู้ที่ควบคุมภาพรวมของพื้นที่ เพื่อไม่ให้ใบอนุญาตหลายใบถูกอนุมัติโดยไม่มีใครรู้ว่ามีงานอื่นอยู่ข้าง ๆ

ผู้ออกใบอนุญาต (Issuer) หัวหน้างานผู้รับใบอนุญาต (Receiver) และ จป. ควรรู้ร่วมกันว่า ถ้างานเปลี่ยนกลางคัน เช่น ขยายเวลา หรือมีงานด่วนเพิ่ม ต้องกลับมาตรวจ SIMOPS ใหม่เสมอ

SIMOPS ในช่วงหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ (Shutdown / Turnaround)

ช่วงหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ (Shutdown หรือ Turnaround) เป็นช่วงที่ความเสี่ยงจากงานซ้อนกันสูงขึ้นมาก เพราะ

  • จำนวนใบอนุญาตต่อวันเพิ่มขึ้นหลายเท่า บางองค์กรมีหลายร้อยใบในช่วงพีค
  • ผู้รับเหมาหลายรายเข้ามาพร้อมกัน แต่ละรายรู้เฉพาะงานตัวเอง
  • ตารางงานแน่นและกดดันเรื่องเวลา ทำให้มีแนวโน้มจะเร่งเริ่มงานก่อนประสานกันเรียบร้อย

ช่วงเริ่มเดินเครื่องกลับ (Start-up) ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะงานซ่อมบางงานยังไม่ปิดขณะที่เริ่มเติมสารเข้าระบบ การวางแผน SIMOPS สำหรับ Turnaround จึงควรเริ่มตั้งแต่ขั้นวางแผนงาน ไม่ใช่รอให้ถึงวันทำงานจริง

ทำไมระบบกระดาษมักมองไม่เห็นการชนกันของงาน

องค์กรจำนวนมากยังใช้ใบอนุญาตแบบกระดาษ ซึ่งทำงานได้ดีพอสำหรับงานเดี่ยว แต่มีจุดอ่อนเรื่อง SIMOPS ชัดเจน

  • ข้อมูลกระจายอยู่หลายที่ ใบอนุญาตอยู่ในแฟ้มของแต่ละแผนก หรืออยู่หน้างาน ไม่มีที่ใดที่เห็นงานทั้งหมดในโซนพร้อมกัน
  • พึ่งพาความจำของผู้อนุมัติ ถ้าผู้อนุมัติเปลี่ยนกะหรือไม่ได้เข้าประชุมเช้า ก็ไม่รู้ว่ามีงานอื่นอยู่ใกล้
  • งานด่วนระหว่างวันหลุดจากการประสาน มักไม่ได้เทียบกับงานที่เปิดอยู่
  • ไม่มีหลักฐานการตัดสินใจ เมื่อเกิดเหตุ ยากจะย้อนดูว่าใครอนุญาตคู่งานที่มีเงื่อนไขด้วยเหตุผลอะไร

บอร์ดแสดงใบอนุญาต (Permit Board) ตามโซนช่วยได้บางส่วน แต่ไม่มีอะไรหยุดการอนุมัติคู่งานต้องห้ามได้จริง ถ้าต้องการทบทวนพื้นฐานของระบบใบอนุญาตก่อน อ่านได้ที่ Permit to Work คืออะไร และสำหรับรายละเอียดงานที่ก่อให้เกิดความร้อน อ่านเพิ่มที่ Hot Work Permit

ตรวจ SIMOPS ตั้งแต่ตอนยื่นขออนุญาตด้วย SAFEFLOW

แนวคิดหลักของการคุม SIMOPS คือ ต้องเทียบงานใหม่กับงานที่เปิดอยู่ในโซนเดียวกันทุกครั้งก่อนอนุมัติ ไม่ใช่รอให้มีคนสังเกตเห็นเอง และต้องเก็บเหตุผลของการตัดสินใจไว้เป็นหลักฐาน การทำแบบนี้ด้วยมือในองค์กรที่มีใบอนุญาตหลายสิบใบต่อวันเป็นเรื่องยาก

SAFEFLOW เป็นระบบ Permit to Work ใช้ได้ทั้งไทยและอังกฤษ และติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรเองได้ มีฟังก์ชัน SIMOPS ที่ตรวจงานอันตรายที่ชนกันในโซนเดียวกัน เช่น Hot Work ข้างงาน Line Break ระบบจะบล็อกไว้ตั้งแต่ขั้นยื่นขออนุญาต ส่วนคู่งานระดับเตือนต้องกดรับทราบพร้อมบันทึกเหตุผล ใบอนุญาตผ่านการอนุมัติหลายขั้นตามที่ออกแบบไว้ใน workflow designer และผู้ดูแลกำหนดฟอร์มเองได้ด้วย form builder แบบลากวาง

หน้าจอเมทริกซ์ SIMOPS แสดงคู่งานที่อนุญาต มีเงื่อนไข และไม่อนุญาต

แชร์บทความนี้FacebookLINE

แหล่งอ้างอิง

  1. HSE, HSG250 Guidance on permit-to-work systems
  2. HSE, Permit to work systems (COMAH technical measures)
  3. รวมกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยฯ (กองความปลอดภัยแรงงาน)

← กลับไปหน้ารวมบทความ